สวัสดีครับหลังจากที่ห่างหายไปหลายไปกับการทำบล็อค ไม่น่าเชื่อว่าการกลับมาครั้งนี้จะกลายเป็นแชร์ประสบการณ์ การโดนปฏิเสธเคลม Apple Pencil Pro ซะงั้น 555+
เรื่องของเรื่องคือ ผมใช้เคส Zugu Ipad Pro ลูกรักมาประมาณเกือบปี พักหลัง ๆ ไม่รู้ว่าเป็นที่อะไร เหมือนตัวแม่เหล็กดูดระหว่างเคสกับตัวปากกา มันอ่อนแรงลง ทีแรกก็คิดว่าคิดไปเองแบบมือไปโดน แต่หลัง ๆ เริ่มไม่ใช่ละ เพราะปากกาหลุดจากเคสบ่อยขึ้น
จนกระทั่งวันเกิดเหตุ กำลังลงจากรถพร้อมกับหยิบ Ipad ลงมาด้วย ปรากฎ ปากกา Apple Pencil Pro เจ้ากรรม ก็หลุดหล่นจากเคสซะงั้น ทีแรกก็นึกว่าไม่เจ็บหนักมาก แค่หัวปากกา (Nib) หัก แต่ปรากฎว่า ตัวไส้ทองแดงตรงปลายถึงขั้นหัก ! แล้วตรงปลายก็ไม่รู้หลุดหล่นหายไปไหน ก็เลยเก็บได้แต่ตัวหัวปากกา

ทีแรกก็ทำใจแล้วว่าคงถึงคราวได้เสียเงิน แต่ยังนึกขึ้นได้ว่าเรายังมี Apple Care+ ! ที่กำลังจะหมดในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 นี้! และ Apple Care+ ของ Ipad คุ้มครองรวมถึงตัวปากกาและตัวแป้นพิมพ์ !

ผมคิดในใจว่าโอ้ววว ดวงยังดีอยู่ประกันยังไม่หมด เลยลองโทรถามที่ศูนย์ iCenter เชียงราย พนักงานก็แจ้งว่ามีค่าบริการ 1,000 บาท แล้วจะเปลี่ยนตัวใหม่ให้
แต่พอดี๊ ต้องพาพ่อตาไปหาหมอที่เชียงใหม่ เลยโอเค งั้นลองไปเคลมที่ iCenter เชียงใหม่ คงเหมือน ๆ กัน เพราะคิดว่ามาตรฐานเดียวกัน
พอทำธุระของพ่อตาเสร็จ ก็เลยเอาปากกาไปเคลม
ผมก็เริ่มถามพนักงานของ iCenter ใหม่แบบคนไม่รู้ว่า
ผมมี Apple Care+ ของ Ipad เคลมปากกาได้ไหมครับ?
พนักงานขอดูตัวปากกา และถามถึงหัวที่แตกหัก ผมก็บอกว่าผมเก็บได้แต่หัวปากกา ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าปลายมันหายไปไหน เพราะตอนหล่นมันกระเด็นตรงสวนหย่อมในบ้านพอดี
พนักงานเอาตัวปากกาไปถามช่าง หลังบ้าน ปรากฎว่าพนักงานปฏิเสธการเคลมเนื่องจาก “อุปกรณ์ไม่ครบ”
ผมนี่เห้ย! ก็มันหักแล้วมันจะครบได้ไง แล้วก็ไม่เห็นมีบอกว่าต้องเก็บซากเศษอุปกรณ์ทุกชิ้น มามอบคืนให้
ผมบ่นให้พนักงานฟัง แต่ก็ไม่อยากเถียงมาก พนักงานเลยให้ลองโทรหา Apple Support ดู เผื่อเขาจะทำเรื่องให้เคลมและแจ้งมายังศูนย์ iCenter

พูดตามตรงผมรู้อยู่แล้วว่าคงไม่รับเคลมให้ แค่อยากลองโทรหาดู เพราะอยากรู้ว่าเขาจัดการกับปัญหานี้ยังไง
พนักงานรับสาย และผมแจ้งเรื่องให้พนักงานทราบ น้องพนักงานผู้หญิง ก็คง งง ๆ ว่า iCenter จะให้ลูกค้าโทรมาหาทำไมวะ เพราะปฏิเสธการเคลมไปแล้ว แต่ก็ยังทำตามขั้นตอนการให้บริการ ซึ่งผมก็ได้รับความรู้เรื่อง Apple Care+ ไปพอสมควร
ทีแรกน้องขอเลขรหัสของ Apple Pencil Pro ตัวที่ผมใช้อยู่ พอดีผมเดินออกมาจากตัวห้าง มือนึงถือไอแพด อีกมือถือโทรศัพท์ ไม่ค่อยถนัดนัก ปากกาเจ้ากรรมก็หลุดออกจากเคสต่อหน้าต่อตาอีกรอบ 55+
หลังจากได้เลขรหัสปากกา น้องเช็คสักแปป แล้วแจ้งกลับมาประมาณว่า ตัวปากกา ไม่ขึ้นว่ามีการลงทะเบียน Apple Care+ เลยขอเลขรหัสของ Ipad แทน ซึ่งเมื่อเช็คแล้ว น้องก็ถามย้ำ ๆ ว่า พนักงานได้ขอตรวจสอบ Apple Care+ หรือยัง ผมก็ตอบว่ายัง เพราะผมเอาตัวปากกาให้พนักงานดู พนักงานก็ปฏิเสธการเคลมทันทีหลังจากถามช่างแล้ว น้องก็เหมือน งง ๆ และก็หายไป
และกลับมาด้วยการแนะนำให้ทราบด้วยว่า ถ้าซื้อ Apple Care+ ของ Ipad ให้เอาปากกาไปลงทะเบียนที่ศูนย์ด้วย โดยเอากล่อง และบิลใบเสร็จการซื้อปากกา ไปลงทะเบียน
ซึ่งเรื่องนี้คือผมก็พึ่งรู้เลย เพราะตอนซื้อก็ไม่เห็นจะมีใครบอกว่าต้องเอาไปลงทะเบียนด้วย ทั้ง ๆ ที่ผมซื้อปากกาพร้อม Ipad และประกัน Apple Care+ ในวันเดียวกันนั้นแหละ ก็คิดอยู่ว่า ศูนย์จะรู้ได้ยังไงว่า Ipad เครื่องไหน คุ้มครองปากกาแท่งไหน
แต่มันไม่ใช่ประเด็นว่ามีประกันหรือไม่มีประกัน…
ประเด็นคือช่างปฏิเสธเคลมเพราะแจ้งว่าอุปกรณ์มันไม่ครบ!
ผมเลยบอกประเด็นกับน้องไปอีกรอบว่า ประเด็นของพี่มันไม่ได้อยู่ที่ประกันมีหรือไม่มี
เพราะต่อให้มันมีประกันช่างก็ปฏิเสธอยู่ดี (คือเหมือนน้อง งง ว่าปัญหาที่เจอคืออะไร ทั้ง ๆ ที่ ก็บอกไปแล้วตั้งแต่แรก)
หลังจากน้องหายไป เกือบ 10 นาที ก็ได้คำตอบกลับมาว่า
“ถ้าหากพนักงานตรวจสอบดูแล้วและปฏิเสธการเคลม
ก็เป็นดุลยพินิจของพนักงานหน้างานเลยค่ะ”
ผมก็เออ โอเค ทำใจไว้แต่แรกแล้วแหละ แต่ที่คุยสายด้วยกันเนี่ย เกือบครึ่งชั่วโมงเลยนะ ตอบมาแต่แรกก็ได้มั้ง ผมก็โอเค ๆ ขอบคุณ ที่ไปหาคำตอบมาให้
แต่พอจะวางสายเท่านั้นแหละ
“ได้รับข้อมลูครบถ้วน ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะคะ”
ผมนี่แบบ หืมมมมมม ถ้ามันเป็นวันที่ดีก็คงได้เคลมไปแล้วแหละ
แต่ก็ได้แต่คิดในใจ เพราะเข้าใจว่าเขาถูกเทรนมาแบบนี้
คงแปลตรง ๆ มาจากคำว่า Have a good day
แต่พอมาใช้กับภาษาไทย ในสถานการณ์ที่คนเริ่มหัวอุ่น ๆ แล้ว มันก็ดูแปลก ๆ ดี
ผมกลับบ้านมาแล้วพยายามอ่านเงื่อนไข ของ Apple Care + ต่าง ๆ ก็ไม่เห็นมีบอกว่าอุปกรณ์จะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อะไหล่ต้องครบ เพราะแม้แต่โฆษณาหน้าเว็ปเอง ยังบอกเองว่า “ตก แตก พัง ก็ซ่อมได้” ซึ่งพูดตรง ๆ พอมาเจอกับตัวเองมันก็ดูไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไหร่กับผู้บริโภค เปรียบเสมือนคุณซื้อประกันรถยนต์ และ บริษัทฯ บอกว่าคุณต้องไปตามเก็บกันชนหน้าที่หลุด และเศษไฟที่แตกมาให้กับ บริษัทฯ ด้วย ซึ่งมันก็ดูตลกดี
สรุป
- Apple Pencil ร่วมกับ Apple Care+ ของ Ipad ได้ โดยแนะนำให้ลงทะเบียนกับศูนย์ทันทีเพื่อความง่ายเวลาเคลม
- อุปกรณ์ที่แตกหักทุกชิ้น ต้องเก็บรวบรวมให้ศูนย์ด้วยเวลาเคลม
- ดุลยพินิจ อยู่ที่ช่าง อย่าเสียเวลาโทรไปหาซัพพอร์ท
- ระวังเคสที่ไม่มีที่กันปากกาตก เพราะมีโอกาสที่ปากกาจะหลุดจากเคสทุกเมื่อ
- ผมก็ซื้อปากกาใหม่เองนั่นแหละ แค่เซงกับความยิบย่อยในการเคลม ทั้ง ๆ ที่อุปกรณ์แอปเปิ้ลทุกชิ้นผมก็ซื้อประกันไว้ แต่ไม่เคยจะได้เคลม พอมีเรื่องเคลมก็ดันเคลมไม่ได้ ใครเจอแบบผมก็คงเซง
- แล้วทำไมไม่ไป iCenter เชียงราย? ค่าเดินทาง + ค่าเสียเวลา รวม ๆ แล้ว ก็คงพอ ๆ กับที่ผมซื้อใหม่ สรุปผมซื้อใหม่เลยให้มันจบ ๆ ไป เสียแค่ความรู้สึกก็พอแล้ว ไม่อยากไปเสียเวลา
เรื่องเสริม
ปากกาพังเนี่ยมันซ่อมได้ กรณีแบบผมคือ ต้องเปลี่ยนตัวทองแดงทั้งชิ้น โดยช่างจะแกะด้วยการขูด Apple Pencil ออกจนถึงด้านใน แล้วถึงจะเปลี่ยนไส้ในได้ และใส่กลับเข้าไปในปลอกใหม่ เพราะปลอกเดิมเสียจากการขูดไปแล้ว (หาคลิปได้จากใน Youtube)
ส่วนใครที่แท่งทองแดงไม่เสีย แต่หัว Nib หักใน ขวางเกลียวเดิม คุณสามารถเขี่ยออกได้เอง โดยใช้วิธีการใน Youtube แล้วก็เปลี่ยนแค่หัว Nib ก็พอ ไม่ต้องเอาไปซ่อม ถ้าเกิดการทำงานของมันยังใช้งานได้
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ 🙂
